ตำนานท้องถิ่น

ตำนานท้องถิ่นสุพรรณ

ตำนานท้องถิ่นที่บอกเล่ากันในท้องถิ่นและมีฐานะเป็นประวัติของชุมชนเมืองroyalhillonline.com ซึ่งกวีทั้งสองเลือกบันทึกไว้ในนิราศสุพรรณมี 2 เรื่อง คือ ตำนานขุนช้างขุนแผนและตำนานเมืองท้าวอู่ทอง ไม่น่าแปลกที่เรื่องเล่าสองเรื่องนี้เป็นที่คุ้นเคยและเป็นส่วนหนึ่งของโลกทัศน์การับรู้ของผู้เขียนและผู้อ่านนิราศที่เป็นชาวกรุงอยู่แล้วผ่านเสภาและพงศาวดารฉบับชาวบ้าน การนำมาเล่าซ้ำเพื่อยืนยันถึงความมีอยู่จริงในนิราศ ย่อมเป็นที่สนใจของผู้อ่าน

ตำนานขุนช้างขุนแผน เรื่องราวขุนช้างชุนแผนนั้นเป็นที่คุ้นเคยสำหรับสุนทรภู่และเสมียนมีมาก่อนแล้ว เพราะเป็นบทเสภาขุนช้างขุนแผนที่ราชสำนักกรุงเทพฯ เขียนขึ้นด้วยการนำเอาเค้าเรื่องเดิมจากวรรณกรรมบอกเล่าของประชาชน โดยใช้รูปแบบฉันทลักษณ์กลอนเสภาที่ถือว่าเป็นจารีตวรรณกรรมประชาชน (นิธิ เอียวศรีวงศ์ 2527 : 16) แต่เสภาขุนช้างขุนแผนฉบับลายลักษณ์ที่เป็นวรรณกรรมราชสำนักกรุงเทพฯนี้ มีเนื้อหาที่เป็นการเขียนเรื่องใหม่ แม้ว่าจะอิงเค้าโครงเรื่องพื้นฐานจากนิทานพื้นบ้านที่สืบทอดด้วยการบอกเล่า ต่อมาพัฒนาเป็นเสภาซึ่งใช้การขับหรือด้นสดด้วยปากเปล่าและความทรงจำตั้งแต่ครั้งปลายอยุธยา (นิธิ เอียวศรีวงศ์ 2527 : 9, 20-32) สมเด็จฯ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ บอกเล่าความเป็นมาของเสภาเรื่องนี้ โดยทรงค้นคว้าตามหลักการประวัติศาสตร์วิธีสมัยใหม่ อ้างอิงพงศาวดารฉบับชาวกรุงเก่าซึ่งทรงให้คุณค่าในฐานะเป็นหลักฐานที่ทรงเชื่อถือ แม้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ฉบับบอกเล่าของชาวบ้าน

ข้อความที่ทรงอ้างอิง ระบุเพียงพระนามสามัญของกษัตริย์อยุธยาในยุคขุนช้างขุนแผน คือ พระพันวษาโปรดให้ขุนแผนเป็นแม่ทัพไปตีเชียงใหม่ โดยมีอาวุธกับพาหนะ คือ ดาบฟ้าฟื้นและม้าสีหมอก เห็นได้ว่า ไม่มีข้อความใดที่โยงเข้ากับสถานที่เมืองสุพรรณ ทำให้มองไม่เห็นว่าเรื่องเล่าขุนช้างขุนแผนถูกเชื่อมโยงกับเมืองสุพรรณเมื่อใดและอย่างไร ทราบแต่เพียงว่าเรื่องเล่าที่สืบทอดด้วยคำบอกเล่าปากต่อปากในรูปของการขับเพลง ถูกทำให้อยู่เป็นฉบับตัวเขียนนั้นเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่สอง แต่ต้นฉบับเก่าที่สุดถูกค้นพบในปัจจุบันเป็นฉบับคัดลอกสมัยรัชกาลที่ 3 ซึ่งต่อมาสมัยรัชกาลที่ 4 มีการแต่งเพิ่มจนจบ ส่วนฉบับพิมพ์เกิดขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5

ความเชื่อมโยงระหว่างกลอนเสภาขุนช้าง-ขุนแผนกับเมืองสุพรรณนั้น ปรากฏชัดเจนอยู่ในหลักฐานลายลักษณ์ฉบับพิมพ์นี้เอง เนื้อเรื่องกำหนดฉากและสถานที่ตอนต้นเรื่องที่เมืองสุพรรณ โดยระบุบ้านเกิดของตัวละครเอก 3 คนและพ่อแม่ในเรื่องนี้ และสถานที่ที่พระพันวษากษัตริย์อยุธยาเข้าป่าล่าควายป่าตอนต้นเรื่องไว้ที่เมืองสุพรรณ คือ บริเวณเขาพระ บ้านเกิดของขุนไกรพลพ่ายพ่อขุนแผนซึ่งเป็นคนบ้านพลับ ส่วนนางทองประศรี ผู้เป็นแม่ขุนแผน เป็นคนวัดตระไกร ในขณะที่ขุนศรีวิไชย ผู้พ่อขุนช้างมีตำแหน่งนายกรมช้างนอก มีบ้านอยู่ท่าสิบเบี้ย ส่วนพันศรโยธาและนางศรีประจัน แม่นางพิม อยู่ท่าพี่เลี้ยง และวัดสำคัญ 2 วัด ที่ใช้เป็นฉากสำคัญตามโครงเรื่องให้ขุนช้างขุนแผนและนางพิมเล่นด้วยกันในวัยเด็กคือ วัดป่าเลไลย์ และให้เณรแก้วบวชเรียนวิชาอาคมที่วัดแค รวมถึงชุมชนนอกเมืองซึ่งขุนแผนใช้เป็นฉากเดินทางพานางวันทองหนีจากขุนช้าง โดยใช้ประตูตาจอมผ่านวัดตะลุมโปง ข้ามโคกกำยาน ผ่านป่ามาถึงลำน้ำบ้านพลับ บ้านกล้วย ยุ้งทะลายและเขาพระ ชื่อสถานที่ในเมืองสุพรรณเหล่านี้ ถูกบันทึกไว้ในเสภาฉบับตัวเขียนตั้งแต่สมัยรัชกาลที่สองชื่อสถานที่ในวรรณกรรมขุนช้างขุนแผนที่ใช้เป็นบทร้องเสภานี้ จึงถูกจารึกอยู่ในความทรงจำของชาวกรุงที่เสพย์วรรณกรรมเรื่องนี้